Tag: แทงบอล

บาคาร่าออนไลน์ มีเงินก็สามารถเข้าไปเล่นได้

March 23, 2017 at 3:45 pmCategory:การพนัน | กีฬา | ความรู้ทั้่วไป | ความสวย+ความงาม | ค้าขาย | หางาน | หาเงินออนไลน์

บ่อนคาสิโน อาจเรียกว่าสรวงสวรรค์สำหรับคนบางท่าน  แต่ก็คงจะเป็นแดนนรก สำหรับใครอีกเยอะหลากหลายคนที่ตกเป็นข้ารับใช้ของการเสี่ยงโชคก็ได้  ทุกวันนี้เศษรฐกิจไทยเลวร้ายลง มนุษย์เราว่างงานกันขนานใหญ่ วิถีทางที่พึ่งท้ายสุด ก็คือการเสี่ยงโชค เพราะเขาทั้งหลาย จะมองว่าเป็นทางรอดที่ดีที่สุด แล้วแต่รู้กันหรือไม่ว่า นั่นคือความเสี่ยงเข้าในแดนนรก เพราะถ้าโชคชะตาไม่ดี

ก็คงจะหมดตัวได้ โดยแทบจะไม่เหลืออะไรเลย แต่คนเราก็มักยินยอมที่จะเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงโอกาส เพราะจำนวนมากจะคาดว่าอย่างน้อย ต้องได้บ้างแต่มันก็เป็นความตรึกตรองเหตุด้วยคนความโชคดีเท่านั้น เพราะการพนันคนหนึ่งเล่นได้คนอื่นก็ต้องเล่นพลาดสลับกัน อยู่เช่นนี้ไม่มีอะไรเป็นแน่แท้ ส่วนบุคคลที่เล่นได้ ก็จะโลภมองว่าตัวเอง ดวงดีเรื่อยๆ และยังคงอยากได้เพิ่มสุดท้ายก็ไม่เหลื่ออะไรเลย เมื่อก่อนในบ่อนจะเป็นบ่อนสำหรับนักธุรกิจที่มียศคนที่มีสถานะจึงจะสามารถย่างเหยียบเล่น ได้แต่ประจุบันไม่ว่าจะมั่งมีหรือจนถ้ามีเงินก็สามารถเข้าไปเล่นได้ บาคาร่าออนไลน์ ไม่เลือกฐานะ จึงทำให้บ่อน เริ่มเข้ามามีอำนาจเป็นการใหญ่ของคนเรา เพราะคนเราต่างก็จะมองว่ามันสามารถเป็นตัวช่วยให้ชีวิตเราก้าวหน้า การที่เราเข้าไปคลุกคลีกับการเดิมพันชีวิตเรา ก็จะมีแต่ความทุกข์ใจทั้งสิ้นจะหาความสนุกสนานที่แท้จริงไม่ได้เลย

เพราะการเสี่ยงโชคอาจทำชีวิตมนุษย์เรากลับเลวร้ายลงกว่าเดิม จากคนที่เคยมีทรัพย์เงินทอง แต่พอเหยียบย่างข้องแวะกับการเสี่ยงโชคชีวิตอาจดูเลวร้ายลงจนไม่เหลืออะไรเลยก็ได้ แต่คนเราก็จะคิดแต่เพียงว่า ต้องมีความกล้าได้กล้าเสียแต่ก็ยังมิเคยเห็น คนไหน มีเงินทองสักที ในทางตรงกันข้ามจะทำเอาชีวิตมนุษย์เราเกิดความหายนะซะด้วยซ้ำ และแถมยังเกิดความกระทบกระเทือนขนานใหญ่ในครอบครัวอีกด้วยและก็ยังเกิดข้อตำหนิในชีวิตตัวเองอีกเป็นเหตุให้สูญเสียทั้งทรัพย์เงินทอง

3 วิธี จากเริ่มสร้างชีวิตสู่ความมั่นคงที่มั่งคั่ง

March 11, 2017 at 4:11 pmCategory:การพนัน | กีฬา | ความรู้ทั้่วไป | ความสวย+ความงาม | ค้าขาย | หางาน | หาเงินออนไลน์

ผมเชื่อว่า ทุกคนอยากมีชีวิตที่มันมั่นคงอย่างมั่งคั่งทั้งนั้นแหละครับ

แต่พอเริ่มพูดเรื่องเงินๆ ทองๆ ก็แสลงหูทุกที ทั้งๆที่ในความเป็นจริง เราก็คิดว่า มีเงินก็ดีกว่าไม่มีเงิน จริงไหมครับ

วันนี้ผมจะเล่าหลักการ 3 ข้อครับ เพื่อทำให้เราสามารถเป็นคนที่มั่นคงอย่างมั่งคั่ง มีอิสรภาพทางด้านการเงิน

ใช้ชีวิตแบบไร้กังวลเรื่องเงินไปเลยทุกขณะจิต

ซึ่งทั้ง 3 หลักการนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการบริหารเงิน วิชาที่สำคัญที่สุดในมหาวิทยาลัยชีวิต เพราะหากเราผ่านวิชานี้ได้ ตัดความกังวลเรื่องเงินออกไป ชีวิตเราจะคลายความกังวลไปได้ค่อนหนึ่งเลยทีเดียว

อืม!! ถ้ามองเอาจริงๆแล้ว ผมไม่ได้สอนให้รวยนะ แต่ผมแค่บอกว่า ทำแบบเนี่ย ถ้าสำเร็จมีอิสรภาพทางการเงินแล้ว ชีวิตเราจะมีพร้อมทั้งเงิน เพราะเงินมาเรื่อยๆ มีเวลา เพราะไม่ต้องเอาเวลาไปหาเงินอีกแล้ว และมีสุขภาพ เพราะไร้กังวลไปค่อนหนึ่งเลย ผลสุดท้ายที่เกิดขึ้น คือ มีความสุข

3 ข้อนี้ ผมจะเรียงลำดับตามเรื่องที่ทำดังนี้

f3

1.หาเงินเก่ง

แทบจะไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า การสร้างชีวิตของแต่ละคน ต้องใช้เงิน เงินไม่ได้ซื้อได้ทุกสิ่ง แต่เงินซื้อสิ่งหนึ่งที่คนเราต้องการได้ นั่นคือ คุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยว่าการสร้างชีวิตจำเป็นต้องใช้เงิน ดังนั้น เรื่องแรกที่จะต้องทำนั่นคือการหาเงินให้เก่งกว่าคนทั่วไป

“ทำไงหละ ให้หาเงินเก่งขึ้น??”

มีหลักอยู่หลักหนึ่งที่คนสำเร็จยอมรับกันมาก นั่นคือ รายได้จะโตตามทักษะและความสามารถของเรา คนที่หาเงินได้เก่งกว่าคนอื่น แสดงว่าเขาต้องมีความสามารถมากกว่าคนอื่น ทั้งทางกว้างและทางลึก ทางกว้าง คือ มีความสามารถทำได้หลายอย่าง ภาษาได้ ขับเครื่องบินได้ ออกแบบได้ ขายของได้ ขับรถได้ อะไรประมาณนี้ เก่งรอบด้าน 10 in 1 นายจ้างคนไหนบ้างที่ไม่อยากได้มาร่วมงาน ส่วนทางลึก คือ ไม่ได้เก่งหลายด้านขนาดนั้น แต่เชี่ยวชาญในงานที่ทำจริงๆ เคยเห็นคนเก่งจนกลายเป็นกูรูในด้านนั้นๆ เขามีเงินมากไหมครับ เยอะแยะเลย ทั้งนักพูด ศิลปิน นักฏหมายมือหนึ่ง นักกีฬามือวางอันดับต้นๆ เขาเหล่านี้หาเงินเก่งมาก ทุกอาชีพครับมีคนหาเงินเก่งมากทั้งนั้น ขอให้เชี่ยวชาญจริงเถอะ แม้อาชีพนักเขียนจะไส้แห้ง แต่ก็มีนักเขียนพันล้านเหมือนกันครับ

คำถามคือ เรามีความสามารถเก่งแบบไหนหละ คนเก่งๆ มักมีคนพร้อมที่จะจ่ายเงินแพงๆจ้างเราอยู่แล้ว เพราะมันคุ้ม เงินเดือนแพงๆ หาง่ายจะตาย แต่คนเก่งๆคู่ควรกับเงินแพงๆหนัสิ หายากมาก โลกนี้มันอยู่บนกฏแห่งการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม ก็ให้เราพัฒนาตัวเองให้เก่งเถอะ มีคนพร้อมจ่ายเงินแพงๆ ตามความสามารถเพื่อให้เราทำงานกับเขาอย่างแน่นอน

13666396681366639768l

2.เก็บเงินอยู่

เมื่อหาเงินเก่งแล้ว ก็ต้องเก็บเงินให้อยู่ด้วย ต้องมีวินัยในการเก็บเงิน

ไม่ใช่ แหม!!มีเงินเยอะ แต่รายจ่ายก็ออกกรูเบ้อเร่อไม่แพ้รายได้เลย อย่างนี้หาได้ล้าน ก็หมดล้าน เหลือศูนย์เหมือนเดิม

การจะมีเงิน รวย มั่งคั่ง เขาไม่ได้มองว่าเราหาเงินมาได้เท่าไหร่ แต่เขาดูว่าเราหนะเหลือเก็บเท่าไหร่

บางคนรีบร้อนหงะ เก็บเงินไม่เท่ ข้ามขั้นเทลงทุนเลย สุดท้ายก็ไม่มีสำรองเก็บอยู่ดี

“เก็บเงินอยู่” แม้จะดูไม่เท่ แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของความร่ำรวย หาเงินเก่งไม่ใช่ประเด็นเท่า เก็บเงินอยู่ จึงมีคำกล่าวตลกร้ายที่ว่า “สมมุติทุกคนมีเงินต้นทุนเท่ากัน คนทั่วไปมักทำมาหากิน แต่คนรวยเขารู้จักทำมาหาเก็บ” ผมจึงมองว่าจริงๆ คำว่าต้นทุนคนเราไม่เท่ากันนั้น ไม่ใช่ทุนเงิน แต่มันคือทุนความคิดต่างหากครับ

การเก็บเงิน ต้องเก็บอย่างมีวินัย เก็บก่อนใช้ คือ เหลือเก็บแล้วค่อยใช้คิดเลยว่าจะเก็บเท่าไหร่ ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ “มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท” แต่คนทั่วไปเหลือใช้ก่อนค่อยเก็บ ผลคือ ไม่ได้เก็บ เพราะใช้ไม่ค่อยได้เหลือเก็บ เลยเก็บมั่งไม่เก็บมั่ง เก็บกระปริบกระปรอย บางทีดั๊นเอาเงินเก็บออกมาใช้อี๊ก โอ้!! นี่บ่งบอกให้เห็นว่า วิชาบริหารเงิน ติด F อย่างแรง ทราบแล้วเปลี่ยนด่วนครับ ไม่งั้นเราจะทำมาหากินตลอดชีวิต แบบไร้เงินเก็บไว้ใช้เป็นเงินสำรองเลย

success-18715-hilight

3.รู้จักลงทุน

2 อย่างแรก ทำให้เรามีเงินพอมีพอกิน สำหรับข้อ 3 นี้ เป็นข้อที่จะทำให้เรากลายเป็นคนที่มีอิสรภาพ ไร้กังวลเรื่องเงินไปตลอดชีวิตเราและลูกหลาน พูดง่ายๆ สอบผ่านวิชาบริหารชีวิตแบบเกียรตินิยมกันเลยทีเดียว

คนทั่วไปมักหยุดแค่ ข้อ 2 แต่คนมั่งคั่ง หรือที่เรารู้จักกันว่า คนรวย นั้น เขารู้จักลงทุน

“ลงทุน” มันเสี่ยงนะ เงินที่อุตส่าห์เก็บมาทั้งชีวิต อาจหายไปในพริบตานะ

จริงครับ การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง แต่ชีวิตที่ไม่ลงทุนอะไรเลยนั้นเสี่ยงกว่า

คำว่าลงทุน ไม่ได้หมายถึงลงทุนเงิน ทำกิจการอย่างเดียวนะ ลงทุนอะไรก็ได้ ที่จะงอกเงยเป็นเงินในอนาคตได้

การหาหนังสือดีๆมาอ่าน เข้าสัมมนาดีๆ เข้าคอร์สพัฒนาตัวเอง เรียนเพิ่มความรู้ในงานที่ตัวเองกำลังทำ นี่ก็คือการลงทุนนะ ลงทุนเงิน เวลา สมอง ลงทุนในตัวเอง แล้วให้ตัวเองมีทักษะความสามารถเพิ่มขึ้น ทำให้ตัวเองหาเงินเก่งขึ้น ตามข้อ 1 เลย

คิดดูสิถ้าเราไม่ลงทุน หยุดอยู่กับที่ แต่คนอื่นเขาพัฒนาไปเรื่อง เมื่อคนอื่นก้าว แต่เราอยู่กับที่ ภาพที่ออกมาก็ไม่ต่างอะไรกับที่เราเดินถอยหลังเลย จริงไหมครับ การลงทุนนั้นมีความเสี่ย แต่การไม่ลงทุนอะไรเลยนั้นมีความเสี่ยงกว่า

สำหรับการลงทุนในเงิน หัวข้อนี้ผมจะขออธิบายว่า การใช้เงินที่เก็บมาลงทุนกับอะไรสักอย่างนั้นมันดีกว่านั่งกินดอกเบี้ยซึ่งน้อยมากๆๆๆๆ เลย แม้ว่าการลงทุนนั้นมีความเสี่ยง ทางแก้ก็คือ เรียนรู้ให้ดี แล้วทำให้จริงจังสิครับ

(นอกเรื่อง): เมื่อพูดถึงการตัดสินใจ คนทั่วไปเก่งที่เรียนรู้ให้ดี กว่าจะตัดสินใจเริ่มทำอะไร คิดแล้วคิดอีก แต่ดันมาตกม้าตายที่ว่า พอจะตัดสินใจล้มเลิก มันช่างไวยิ่งนัก บางคนผมแอบเสียดาย จะสำเร็จอยู่แล้ว ดั๊นเลิกไปซะก่อน ถามว่าทำไมหรอ ก็เพราะเขาทนต่อแรงเย้ายวนไม่ไหว กับ ทนรอคอยความสำเร็จไม่ไหว “ความสำเร็จมักวัดใจคนเสมอ”

เรื่องของการลงทุนด้วยเงิน คนรวยเขารู้ดีว่า แม้ตนจะหาเงินเก่ง เก็บเงินอยู่ เชี่ยวชาญยังไงก็ตาม แต่เราก็ไม่ได้เป็นอมตะ ต้องเจ็บ แก่ ตาย เป็นธรรมดาโลก กำลังวังชา ความคิดความอ่าน สายตา ความว่องไว มันมีเสื่อมคลายแน่นอน เราจะหาเงินเก่งตลอดไปเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้น หาปล่อยให้ตัวเราเป็นบ่อเกิดของเงินต่อไป ปล่อยให้รายได้ที่เราอยากมั่นคงขึ้นตรงอยู่กับตัวเราที่ไม่จีรังยั่งยืน คงเป็นไปไม่ได้  หรือหากเราตายจากไป ก็ไม่รู้ว่า ลูกหลานเราจะเก่งเท่าตัวเราไหม หากปล่อยไปเรื่อยๆ รายได้จะลดน้อยลง และสิ้นไปพร้อมกับตัวเราเอง ดังนั้นต้องรู้จักหาอย่างอื่นมาเป็นบ่อเกิดของเงินแทน สิ่งที่ทดแทนได้ดีที่สุด คือ สินทรัพย์ สินทรัพย์ ไม่ใช่ทรัพย์สินอะไรก็ได้ แต่มันคือ ทรัพย์สิน หรือระบบ ที่เมื่อเราครอบครองแล้ว มันสามารถสร้างเงินให้เราได้โดยที่เราไม่ต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันมากนัก

แน่นอนว่าการลงทุนแบบนี้ มันอาจไม่ได้ผลตอบแทนแบบวันนี้วันพรุ่งเหมือนตอนหาเงินเก่ง แต่มันช่วยอุดข้ออ่อนของเราทำให้การเงินเรามั่นคงมากๆ สิ่งนี่เองที่เรียกว่าการลงทุนเพื่อเก็บเกียวในอนาคต

และเมื่อเรามีสินทรัพย์ที่สร้างเงินมากพอ เราก็จะหลุดพ้นจากการที่ต้องหาเงินอีกต่อไป แตะมือแล้วปล่อยให้สินทรัพย์มันสร้างเงินแทนเรา ส่วนเราก็ใช้ชีวิตอย่างอิสระ โดยไม่ต้องคิดเรื่องเงินๆ ทองๆ อีกต่อไป

อ้าว!! เรื่องแค่นี้เอง ทำไมคนทั่วไปถึงไม่รวยหละ??

คำตอบง่ายๆ เพราะคนทั่วไปมักตัดสินใจลงทุนกับทรัพย์ที่ไม่ใช่สินทรัพย์ แถมเป็นหนี้สินอีกด้วย ดูง่ายๆ เรามักจะซื้อมือถือรุ่นใหม่ก่อนเก็บเงิน มักซื้อรถก่อซื้อบ้าน ทั้งๆที่ทรัพย์พวกนี้ ได้มาปุ๊บราคาตกปั๊บ

แต่มันเท่ยังไงหละครับ เขาเลยตัดสินใจซื้อ เก็บเงิน ซื้อหุ้น ซื้อทอง มันเอามาอวดไม่ได้เท่ามือถือ รถ หนะสิครับ

เจอความยากจนล่อหลอกให้แล้ว

สินทรัพย์มีมากมายหลายอย่างครับ แล้วแต่จะเลือก อะไรก็ได้ ที่ก่อเกิดรายได้แบบ Passive Income นั่นแหละครับคือสินทรัพย์

จึงไม่แปลกที่ทำไมคนรวยถึงรวยเอา รวยเอา เพราะเขารู้จักลงทุนในสินทรัพย์ก่อน คนรวยทุกคนมี Passive Income

เมื่อสินทรัพย์ ผลิตรายได้แบบ Passive Income จนมากว่าความฝัน Life Style ของเราแล้วหละก็

นั่นแหละคือวันที่เราได้ชื่อว่า “มีอิสรภาพทางการเงินแล้ว” ทีนี้อยากทำอะไรตามความฝันก็ทำเถอ สำหรับเรื่องเงิน ไม่ต้องกังวล Passive Income จะคอยดูแลเอง

 

สรุปสุดท้ายนี้นะครับ การจะสร้างตัวเองให้มีอิสรภาพทางการเงิน ต้องรู้จักหาเงินเก่ง เก็บเงินอยู่ และรู้จักลงทุนในสินทรัพย์ ลงทุนเพื่อเก็บเกี่ยวในอนาคต

เมื่อถึงขั้นการรู้จักลงทุนแล้ว พยายามทำไปพร้อมๆกันแบบ 300% ไปเลย หาเงินเก่ง 100% เก็บเงินอยู่ 100% และลงทุนในสินทรัพย์ 100% จน Passive Income มากกว่าจนคลอบคลุม Life Style ของตัวเอง

แล้ววันนั้น เราจะทำตามความฝัน ชีวิตในอุดมคติได้อย่าง 100%

4 ประเภท “ทำไม่ได้” คุณทำไม่ได้ เพราะประเภทไหน

March 10, 2017 at 4:10 pmCategory:การพนัน | กีฬา | ความรู้ทั้่วไป | ความสวย+ความงาม | ค้าขาย | หางาน

เชื่อไหมครับว่า เมื่อเราถูกให้ทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ เรามักจะปฏิเสธไปก่อนเลยว่า “ทำไม่ได้” ทั้งๆที่ยังไม่เคยทำมาก่อนเลย

ที่ตอบไปว่า “ทำไม่ได้” ส่วนมากประมวณผลมาจากที่ว่า สิ่งนั้นเราไม่เคยลงมือทำมาก่อนเลย

เมื่อยังมองไม่เห็นความสำคัญว่า ทำไมฉันต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ จึงเลือกที่จะไม่ทำแล้วได้ผลลัพธ์ที่บอกว่า “ทำไม่ได้”

ผมเคยเรียนวิชาจิตวิทยามา เลยพบความจริงอยู่ข้อหนึ่งว่า

จากสถิติแล้ว ร้อยละ 80 บอกว่าทำไม่ได้ ทั้งๆที่ยังไงเคยทำ ร้อยละ10 เคยทำแล้วแบบลองๆ แป๊บๆ แล้วบอกว่าทำไม่ได้ ร้อยละ 8 มันคือเรื่องที่เหนือปัญญาของเราจริงๆ และอีกร้อยละ 8 มันคือเรื่องที่เหนือธรรมชาติของคนเราจริงๆ

บทความนี้ผมเลยของัดความจริงของคำว่า

“ทำไม่ได้” ออกเป็น 4 ข้อด้วยกัน ลองดูซิว่า ที่เราบอกว่าทำไม่ได้ เป็นเพราะอะไรกันแน่…

  1. “ทำไม่ได้” เพราะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ

อันนี้ไม่ต้องกล่าวอะไรมาก พูดง่ายๆ คือเรื่องที่คนเราไม่มีทางจะทำได้เลย เช่นเป็นยอดมนุษย์ ยกภูเขา เหาะเหินเดินอากาศแล้วมีน้าผีคอยติดตาม อะไรประมาณนั้น อันนี้เป็นเรื่องที่ใครๆก็ทำไม่ได้

  1. “ทำไม่ได้” เพราะเป็นเรื่องเหนือปัญญาจริงๆ

คือเรื่องที่เราทำไม่ได้เพื่อไม่มีความรู้ จะทำได้ต้องมีการเรียนเรื่องนั้นก่อน

แม้การทำไม่ได้ เพราะสาเหตุนี้ จะเป็นสาเหตุที่เราๆก็เข้าใจกันดี แต่มันก็มีเส้นบางๆกั้นอยู่ระหว่าง เหตุผลกับข้ออ้างนะครับ เพราะมันคือเหตุที่หลายคนชอบเอามาอ้างให้ฟังแล้วดูดีอยู่เสมอๆ

บอกว่า “ก็ฉันไม่เก่งเรื่องนั้น ไม่มีความรู้เรื่องนี้ ไม่เคยเรียนมา เลยทำไม่ได้ ทำไม่เป็น”

ไอ้อย่างนี้ผมมองว่ามันเป็นข้ออ้างนะ!!!  

โอเค!! เรื่องที่เราไม่เคยมีความรู้มาก่อน แน่นอนว่าเรายังทำไม่ได้ แต่เราสามารถเพิ่มความรู้เรื่องนั้นๆได้จริงไหมครับ ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ ก็เรียกว่าลงโปรแกรมเพิ่ม โหลดแอปเพิ่ม เพื่อให้สามารถทำได้

แต่ส่วนมาก เจ้าเรื่องไม่มีความรู้ ก็จะบอกไปก่อนว่า “ทำไม่ได้” แล้วก็เคยไม่คิดต่อว่า จะทำอย่างไรต่อหละที่จะทำได้ แล้วปล่อยให้เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ต่อไป อยู่ในโซนสบายนี่แหละ ยื่นอยู่ที่เดิมนี่แหละมันสบายกว่าเพิ่มความรู้ จึงย่ำอยู่ที่เดิม

สุดท้ายก็ไม่ต่างจากคอมวินโด 97 ที่ไม่ได้อัพเกรดตัวเองเลย ทั้งๆที่โลกนี้ คนอื่นพัฒนาปาไปวินโน 2013 กันไปหมดแล้ว

ในข้อนี้ผมจะบอกว่า การที่เราบอก“ทำไม่ได้” เพราะไม่มีความรู้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เราจะทำไม่ได้ตลอดไป

you-can-do-it

  1. “ทำไม่ได้” เพราะไม่เคยลองลงมือทำ

อันนี้อันตรายเลยหละ คนส่วนเป็นแบบนี้ครับ พอเจอของใหม่ที่ไม่เคยทำ มักจะปฏิเสธบอกทำไม่ได้ไว้ก่อน จนติดปาก ทำอย่างนี้บ่อยๆ จนสมองประมวณผลว่าทำไม่ได้ด้วยสันชาติญาณ ไปซะงั้น คนประเภทนี้มักจะประสบปัญหาเดียวกันคือ ชอบบ่นว่าไม่มีโอกาส

ผมขอเป็นตัวแทนของเหล่าบรรดาโอกาส บอกว่า พระเจ้าส่งโอกาสให้มาไม่รู้สักกี่ครั้ง แต่เจ้านั่นแหละที่ปฏิเสธโอกาสจนเคยตัวต่างหาก

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นหละ??

“เพราะความกลัว”

คนเรานั้นมีความกลัวอยู่ในใจอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยทำ ทางที่ไม่เคยไป ที่ที่ไม่เคยอยู่ สิ่งที่ไม่เคยมองเห็น เรามักจะกลัวมันเป็นพิเศษ นี่คือเป็นผลว่าทำไมเราถึงไม่กล้าทำ แล้วประมวณออกมาว่า “ทำไม่ได้ จะได้ไม่ต้องทำ

กลัวทำแล้วแป๊ก กลัวทำแล้วไม่สำเร็จ

นี่แหละคือการทำไม่ได้ โดยไม่เคยลองทำมันเลย

ผมมองว่า คิดแบบนี้ไม่ค่อยจะสู้ดีนะ มันจะทำให้เราปฏิเสธจนเป็นนิสัย ไม่พัฒนาตัวเอง เป็นเหตุผลที่ทำให้เรายังคงย่ำอยู่ที่เดิม

  1. “ทำไม่ได้” เพราะเคยลองทำแล้ว แต่ไม่สำเร็จ

อันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากข้อ 3

ส่วนมากแล้ว คนเหล่านี้จะลองทำ

แต่ว่าแม้จะลองลงมือทำ ก็ไม่เคยมีความคิดว่าจะทำได้เลย เหมือนถูกบังคับให้ทำ ทั้งๆที่ใจก็เชื่อเสมอว่า “ฉันทำไม่ได้หรอก”

เมื่อใจไม่เคยเชื่อว่าทำได้ เราจะไม่ลองพาตัวเองไปสู่สถานะที่ทำได้ หมั่นจับผิดในสิ่งที่ทำ หมกมุ่นกับความคิดที่ไม่เคยเชื่อตัวเอง และโฟกัสแต่ปัญหาและอุปสรรค ถึงแม้จะลองลงมือทำ แต่แบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ครับ เหมือนมีธงคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้วว่าทำไม่ได้ สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ แล้วก็พูดกับตัวเองว่า “นั่นไง ฉันว่าแล้ว”

ใช่สิ! ก็เธอตั้งเป้าว่าจะทำไม่สำเร็จอยู่แล้ว เมื่อทำไม่สำเร็จ ก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายตามวัตถุประสงค์แล้วไม่ใช่หรอ สำเร็จตามคิดแล้วจะบ่นทำไมอีกหละ!!

shutterstock_62564440

สุดท้ายนี้ จากที่ผมเล่ามาทั้งหมด ก็แค่จะบอกว่า คุณหนะ มีความสามารถ มีศักยภาพมากกว่าที่คุณคิดเอาไว้ เยอะเลยหละ แค่คุณไม่เคยขุดออกมาใช้ก็เท่านั้นเอง สิ่งใหม่เมื่อทำครั้งแรกมักยากเสมอ แต่เมื่อเราทำได้สักครั้งแล้วหละก็ การทำครั้งต่อไปมันช่างง่ายแสนง่ายเลยหละ

อย่ากล้าทนย่ำในที่แย่จนเคยชิน แล้วกลัวในสิ่งใหม่ที่ดีกว่า

อย่าพยายามเอาข้ออ้าง และความกลัว มาถมฝังศักยภาพของเราให้จมอยู่เบื้องลึกของความคิดสิ พยายามมันขุดออกมา แล้วลงมือทำด้วยความเชื่อว่า “ฉันทำได้” คิดให้บ่อย แล้วเราจะทำได้

ทุกข้ออ้างที่เรากำลังอ้างนั้น มีคนทำลายได้แล้วทั้งนั้น ลองหาประวัติคนที่มีข้อจำกัดอย่างเราดูสิ แล้วเราจะรู้ว่า นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะบอกว่าเราทำไม่ได้

“เรากับเขาไม่ได้ต่างกันเลย เขาทำได้ เราก็ต้องทำได้สิ”

จริงอยู่ที่การทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ มันช่างตื่นเต้นด้วยความกลัว แต่ถ้าไม่กล้า ชีวิตเราก็ไม่ก้าว อะไรที่เราทำแล้วไม่ได้ทำให้เราตาย เราจะเติบโตขึ้น แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย เราจะตาย เพราะโลกมันเปลี่ยนแปลงทุกวันครับ แม้เราจะไม่คิดเปลี่ยน โลกก็เปลี่ยนอยู่ดีครับ

เมื่อวันนี้เรามีเวลาที่จะเปลี่ยน ลองเปลี่ยนดูครับเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ดูครับ เราลองทำเพราะใจเราต้องการเปลี่ยน อย่าปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนโลกบังคับให้เราต้องเปลี่ยน เพราะมันจะไม่ใช่เรื่องที่สนุกเลย

คุณหนะเก่งกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลย แค่ปลดปล่อยความกล้า และศักยภาพออกมา “คุณทำได้” เชื่อผมสิ!!!

การพนันแม่บ้าน

February 24, 2017 at 10:15 amCategory:การพนัน | กีฬา | ความรู้ทั้่วไป | หางาน

การพนันแม่บ้านพอเอ่ยขึ้นมาแบบนี้บางคนอาจจะเกิดความฉงนงงงวยว่าการพนันแม่บ้านคืออะไรสำหรับนักศึกษาหรือนักเรียนที่ไปเรียนทุกวัน หรือผู้นำครอบครัวที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านในทุกๆวันใครก็ตามที่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านก็จะไม่มีทางได้รู้ว่าชีวิตประจำวันของแม่บ้านนั้นต้องทำอะไรบ้างยุ่งแค่ไหนหรือว่างขนาดไหนและหากเวลาที่เหลือจากการทำงานบ้านพวกเธอเหล่านั้นได้ทำอะไรกันบ้าง บางคนอาจจะใช้เวลาในการดูละคร ดูซีรีย์เกาหลี ฝรั่ง ญี่ปุ่น หรือจะอินเดียก็แล้วแต่ บางคนก็นอนจนถึงเย็น บางคนก็ไปบ้านเพื่อน แต่บางคนก็เลือกที่จะเอาเศษสตางค์เหลือๆ ไม่ว่าจะเศษเล็ก เศษใหญ่ หรือบางทีก็ไม่ใช่เศษไปใช้กับการเล่นอะไรสนุกๆอย่างการเล่นไพ่ ถือว่าเป็นกิจกรรมยามว่างของบรรดาแม่บ้านมนุษย์ป้าที่ไม่มีงานที่บ้านให้ทำแต่ก็ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อฆ่าเวลาในการรอสามีหรือลูกหลานกลับมาบ้าน แทงบอลออนไลน์ ซึ่งก็อาจติดลมจนทำให้เสียทรัพย์สินโดยใช่เหตุอาจจะลำบากไปถึงกระเป๋าเงินของพ่อบ้านได้ หรืออาจจะถึงขั้นลดค่าขนมของลูกหลานเป็นสิ่งที่ไม่ควรเข้าไปในวังวนเป็นอย่างยิ่ง และยังไม่หมดเพียงเท่านี้สำหรับการพนันกับแม่บ้าน อีกอย่างก็คือการเล่นหวย สำหรับแม่บ้านแล้วการจะให้มาซื้อล็อตเตอรี่เป็นชุดก็คงไม่ใช่เท่าไรนัก แน่นอนว่าต้องเป็นหวยใต้ดิน ซึ่งแม่บ้านบางคนก็รับซื้อเองด้วย เนื่องจากอาจจะเงินเหลือแต่เมื่อเข้าไปวังวนของการพนันแล้วไม่มีการได้ดีแน่ๆ มีแต่เสียทรัพย์ลำบากไปถึงคุณพ่อบ้านอีกด้วย การที่เราเล่นแค่ความเพลิดเพลินไม่ได้คิดอะไรนั้น แต่บางทีมันอาจจะทำให้เราถลำลึกลงไปยิ่งกว่าเดิมโดยที่เราไม่อาจจะรู้สึกตัวเลยก็ว่าได้ รู้สึกตัวอีกทีเราอาจจะติดการพนันจนหมดตัวไปแล้วก็ได้